ข่าวทั่วไป ธรรมดิจิทัล บทความ บทธรรม ประชาสัมพันธ์ พุทธการศึกษา พุทธดิจิตอล

ความงดงามในพระสูตร : การเดินทาง ความหวัง ความพิสูทธิ์(ทุติยปาสสูตร) : สาขาพุทธศาสตร์ มมร.วิทยาเขตล้านนา ปี ๓

พุทธปรินิพพาน ล่วงแล้ว 2561 ปี ผ่านกาลเวลามาแสนเนิ่นนาน  แต่พระสัทธรรมคำสอนที่ชี้นำทางมนุษยชาติ สู่จุดสูงสุดของชีวิต คือนิพพานนั้น ยังคงอยู่ ด้วยพระกรุณาคุณขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้ทรงเมตตา ตรัสสอนธรรมที่พระองค์ได้บรรลุนั้นแก่ชาวโลก

ภายหลังจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้บรรลุธรรม อริยสัจ๔ ณ  โคนต้นศรีมหาโพธิ์แล้ว ทรงดำริว่า ธรรมที่พระองค์ได้บรรลุนั้น ยากที่ปุถุชนคนธรรมดาจะเข้าใจได้ จึงมิได้ตรัสธรรมแก่ใครเลย จนได้พิจารณา ปุถุชนเหมือนดอกบัว๔เหล่า  นั่นคือ ยังมีบุคคลที่มีสติปัญญาพอจะเข้าใจธรรมได้  จึงได้ทรงเมตตาประกาศศาสนา  แสดงธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้ แก่ชาวโลก

การเริ่มประกาศศาสนาของพระพุทธองค์นั้น  ได้มีการกล่าวไว้ในพระสูตร  ซึ่งพระองค์ทรงมีพระปัญญาอันเลิศในการวางแนวทางการเผยแผ่ศาสนาในทวีปต่างๆ ในชมพูทวีป  ดังที่ปากฎใน  ทุติยปาสสูตร    เกี่ยวกับการส่งสาวกไปเพื่อประกาศพรหมจรรย์ครั้งแรก

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เขตพระนครพาราณสี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า   ดูกรภิกษุทั้งหลาย   ภิกษุเหล่านั้นได้ทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว ฯ    พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราพ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวงทั้งที่เป็นของทิพย์ ทั้งที่เป็นของมนุษย์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้เธอทั้งหลายก็พ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์ ทั้งที่เป็นของมนุษย์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเที่ยวจาริกไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนหมู่มาก เพื่อความสุขแก่ชนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เธอทั้งหลายอย่าได้ไปด้วยกัน ๒ รูป โดยทางเดียวกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงแสดงธรรม งามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุดจงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง สัตว์ทั้งหลายผู้มีธุลีในจักษุน้อยมีอยู่ เพราะไม่ได้ฟังธรรมย่อมเสื่อมรอบผู้รู้ทั่วถึงซึ่งธรรมจักมี ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้เราก็จักไปยังอุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรม ฯ

ครั้งนั้นแล มารผู้มีบาปเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับแล้วได้ทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่าท่านเป็นผู้ที่ถูกเราผูกไว้แล้วด้วยบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์ทั้งที่เป็นของมนุษย์ ท่านเป็นผู้ที่ถูกเราผูกไว้แล้ว ด้วยเครื่องพันธนาการอันใหญ่ ดูกรสมณะ ท่านจักไม่พ้นไปจากวิสัยของเราได้ ฯ

ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า นี่มารผู้มีบาปจึงได้ตรัสกะมารผู้มีบาปด้วยพระคาถาว่า

เราเป็นผู้พ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์ ทั้งที่เป็นของมนุษย์ เราเป็นผู้พ้นแล้วจากเครื่องพันธนาการอันใหญ่ ดูกรมารผู้กระทำซึ่งความพินาศ ท่านเป็นผู้ที่เรากำจัดเสียได้แล้ว ฯ

ครั้งนั้นแล มารผู้มีบาปเป็นทุกข์ เสียใจว่า พระผู้มีพระภาคทรงรู้จักเราพระสุคตทรงรู้จักเรา ดังนี้ จึงได้อันตรธานไป ณ ที่นั้นเอง ฯ

 

อรรถกถากล่าวว่า   การออกจาริกของภิกษุในคราวนั้น  ทรงให้จาริกไปวันละ ๑ โยชน์เป็นอย่างมาก   และที่ไม่ให้ไปทางเดียวกัน  ๒  รูป  ก็เพราะว่า  การไปทางเดียวกัน  ๒ รูป  จะมีรูปหนึ่งได้แสดงธรรม  อีกรูปหนึ่ง อยู่เฉยๆ  การเสด็จจาริกของพระพุทธองค์ในคราวนั้น  ทรงบ่ายพระพักตร์ไปทางอุรุเวลาเสนานิคม  ซึ่งเป็นตำบลที่อยู่ของนางสุชาดา

จากเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลกนี้  และได้ทรงประกาศศาสนา แสดงธรรมแก่ชาวโลก  ทั้งยังทรงส่งสาวกไปประกาศศาสนาชั่วทุกทิศในชมพูทวีปด้วยพุทธปฏิภาณปัญญาอันเลิศ    ทั้งมนุษย์และเทวดาได้หลุดพ้นจากวัฏฏะสงสาร เข้าสู่พระนิพพาน  พุทธสาวกที่ทรงส่งออกไปประกาศศาสนาในคราวนั้น ได้เป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่ศาสนาเป็นอย่างมาก  ตลอดจนส่งผลให้พระธรรมคำสอนที่พระองค์ทรงแสดงยังอยู่มาตราบเท่าทุกวันนี้ เพื่อให้ชาวโลกได้ศึกษา  และปฏิบัติตามเพื่อความสุขความเจริญงอกงามในชีวิตสืบไป ตราบจนสิ้นกาลนาน

พระอาจารย์มหาปุณณ์สมบัติ ปภากโร ป.ธ ๗/อาจารย์ที่ปรึกษา/อาจารย์ประจำวิชา พระสูตตันตปิฎกศึกษา 2

พระมหาคมสัน  ฐิตญาโณ

 

Please follow and like us:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *