ข่าวทั่วไป ข่าวสาร งานบุญ ธรรมดิจิทัล บทความ บทธรรม ประชาสัมพันธ์ พุทธการศึกษา

ความงดงามในพระสูตร : เวลาที่หายไป : สาขาพุทธศาสตร์ มมร.วิทยาเขตล้านนา ปี ๓

ปัจจุบันสิ่งต่างๆล้วนมาเร็วและไปเร็ว มากจนกระทั่งไม่ได้กำหนด เพียงแค่ผ่านหูผ่านตายังไม่ทันได้เริ่ม ก็มีสิ่งอื่นเข้ามาทดแทน คนส่วนใหญ่ใช้เวลากับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์กับตัวเอง หรือใช้เวลาอย่างสิ้นเปลือง และไร้ประโชยน์ ที่เราเรียกว่า สังคมก้มหน้า อาทิเช่น นั่งเล่มเกมส์ นั่งเล่นโทรศัพย์มือถือ อยู่แต่ในห้องโดยไม่ไส่ใจ หรือสนใจสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว และหลงลืมสติ ในสิ่งต่างๆที่ต้องทำ หรือสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตอย่างสูงสุด เช่น ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพบ้าง ทำงานบ้าน งานเรือน อันแบ่งเบาภาระ พ่องแม่ ญาติพี่น้อง มิตรสหาย แต่กลับไม่ทำอะไรเลย ปล่อยเวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ขาดความเป็นสังคม เพื่อนๆเริ่มห่างหายเพราะไม่มีแม้กระทั้งการสนทนาปราศัย สนใจแต่โลกโซเชียล

คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า เวลาที่มีค่าคือ การทำบุญการฝึกจิตใจให้สบาย การพักผ่อนหรือการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์คือเวลาที่มีค่า แต่ปัจจุบันกลับคิดตรงกันข้ามกันกล่าวคือ การใช้ ให้เวลาฆ่าเราอย่างช้าๆไม่ไส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงของเวลาจนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เวลาที่ผ่านไปทุกวินาทีนั้นหมายถึง ชีวิตของเราเริ่มจะลดถอยลงเรื่อยๆเพราะทุกวินาทีย่อมกัดกร่อนร่างกายให้ผุพังไปโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงสอนว่า ควรไส่ใจว่าทุกวินาทีผ่านไปโดยสร้างประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่นอย่างตั้งใจ

ในปฐมอายุสูตร พระพุทธเจ้าได้สอนเหล่าภิกษุว่า อายุของมนุษย์น้อยนัก จำต้องไปสู่สัมปรายภพ ควรทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์ เกิดมาแล้วที่จะไม่ตาย เป็นไม่มีเลย คนอายุยื่นอย่างมากก็ไม่เกินร้อยปี เกินไปบ้างก็มีแต่ประมาณน้อยเท่านั้น

อธิบายได้ว่า มนุษย์นั้นอายุสั้น ไม่นานก็ต้องตาย ควรสร้างบุญกุศลเป็นต้นทุนไว้ภายภาคหน้า โดยทำความดี ช่วยเหลือผู้อื่น หรือทำสิ่งต่างๆเพื่อเป็นต้นทุนให้แก่ชีวิตของตนเอง โดย ให้ทาน รักษาศีล ฝึกฝนอบรมจิตใจให้สงบ อันเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ในภายภาคหน้าหรือสัมปรายภพ เมื่อจากโลกนี้ไปแล้วก็จะได้ชื่อว่า เป็นผู้ลงทุนที่ไม่ขาดทุน

พระอาจารย์ มหาปุณณ์สมบัติ  ปภากโร

พระมหาสอ สนฺตมโน

Please follow and like us:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *