ข่าวทั่วไป บทความ บทธรรม พุทธการศึกษา

ความงดงามในพระสูตร : เรือนจำใจ : พระมหาสอ สนฺตมโน

ในโลกที่ดูเสมือนไร้ซึ่งขอบเขต ไร้ซึ่งพรหมแดน และยังไร้สิ่งกีดขวางใดๆ  โดยที่เราสามารถไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบ ทั้งที่ได้เปรียบกว่าผู้ที่ถูกจองจำหรือถูกกุมขังในคุกในตาราง  ในการถูกจองจำที่แท้จริงนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าต้องอยู่ในคุกหรือตารางเสมอไป เพราะมนุษย์มีหน้าที่และสิ่งที่ต้องทำเพื่อคนหลายคนที่ตนเองยังคงห่วงใยอยู่ เบื้องหลัง  ในยามที่อยากจะไปไหนไกลๆสักที่หนึ่ง แต่ก็ทำไม่ได้เพราะว่าเรายังมีเครื่องจองจำเราอยู่ตลอดเวลาคือความห่วง ห่วงที่เกิดจาก ของรัก อาทิเช่น บ้าน รถ หรือแม้แต่สิ่งของเครื่องใช้เล็กๆน้อยๆจิปาถะ  คนรัก ก็อาทิเช่น บุตร ภรรยา สามี พ่อ แม่ เป็นต้น และชื่อเสียงเงินตรา จึ่งทำให้เราไม่สามารถละในหน้าที่นั้นได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว เพราะเขาเหล่านั้นกำลังรอคอยโอกาสที่เราจะต้องมอบให้ เพื่อว่าในอนาคตเราจะเป็นผู้รอคอยบ้าง กาลเวลานั้นไม่ได้กำหนดเราชัดเจนว่าอีกเมื่อไร่จะถึงคิวของเรา

โลกใบนี้  เต็มไปด้วยเครื่องพันธนาการที่จองจำผู้คนไว้  ถ้าอยากหลุดพ้นก็ต้องเริ่มที่ใจตนเองก่อน  ต้องฝึกปล่อยวางตัดความพอใจในทรัพย์สิน  ชื่อเสียง  และครอบครัว  แสวงหาความวิเวก  หลีกเร้นออกจากความสับสนวุ่นวาย  เพื่อจะได้หลุดพ้นจากพันธนาการแห่งชีวิต อย่างพระพุทธเจ้าครั้งที่ทรงยังไม่ได้ออกบวชจึ่งตัดห่วงจากบุตรและภรรยาที่ตนรักมากสุด เพื่อออกหาโมกษธัมมอันเป็นเหตุแห่งการตัดขาดจากเครื่องจองจำที่มัดติดกับวัฎฎสงสารอันหาที่สุดมิได้

ดังที่  พระบรมศาสดาตรัสไว้ใน  พันธนสูตร  ว่า

” นักปราชญ์ทั้งหลายไม่ได้กล่าวว่า เครื่องจองจำที่ทำด้วยเหล็ก ทำด้วยไม้และทำด้วยหญ้า เป็นเครื่องจองจำที่มั่น นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า ความรักใคร่ในแก้วมณีและกุณฑล ความอาลัยในบุตรและภรรยาทั้งหลาย เป็นเครื่องจองจำที่มั่นคง  พาให้ตกต่ำ เป็นเครื่องจองจำที่ผูกหย่อนๆ แต่แก้ยาก นักปราชญ์ทั้งหลายตัดเครื่องจองจำเช่นนั้นแล้วออกบวช เป็นผู้ไม่มีความอาลัย เพราะละกามทั้งหลายได้ ”

 

พระอาจารย์มหาปุณณ์สมบัติ ปภากโร เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

พระมหาสอ สนฺตมโน

Please follow and like us:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *