ข่าวทั่วไป ธรรมดิจิทัล บทความ บทธรรม ประชาสัมพันธ์ พุทธการศึกษา พุทธดิจิตอล พุทธทัวร์

นางฟ้าล่าบุญ : ธรรมบทศึกษา : พระมหาสอ สนฺตมโน : พุทธศาสตร์ ปี ๓ มมร วิทยาเขตล้านน

พุทธสุภาษิตว่า  ผู้ใดทำบุญพึ่งทำบ่อยๆ และควรทำความพึงใจในบุญนั้น  เพราะว่าการสั่งสมบุญ นำสุขมาให้  เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งขณะที่พระมหากัสสปะซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าพระมหากัสสปะนี้เป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้าผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในด้านชอบอยู่ป่า ถือธุดงควัตร เป็นอยู่อย่างเรียบง่ายและพระกรรมฐานถือว่าพระมหากัสสปะนี้เป็นต้นแบบของพระกรรมฐาน  ที่ถืออยู่อย่างสมถะเรียบง่ายและอ่อนน้อมถ่อมตน  วันนั้นหลังจากที่ท่านออกจากนิโรธสมาบัติซึ่งอยู่เป็นเวลา 7 วันอานิสงส์ที่สำคัญประการหนึ่งไม่ว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์รูปใด  เมื่อออกจากสมาบัติแล้ว  หากไปโปรดใครก็ตามหรือใครก็ตามได้ทำบุญ  ได้ถวายทักษิณาทานแก่พระอรหันต์รูปนั้น  ผู้นั้นหวังสิ่งใด  เมื่ออธิษฐานแล้วย่อมประสบความสำเร็จดังหวัง  ถ้าเป็นคนทุกข์ยากเข็ญใจหากได้ทำบุญแล้ว  ก็สามารถเป็นเศรษฐีได้เป็นต้น



ดังนั้น เมื่อพระมหากัสสปะออกจากนิโรธสมาบัติแล้วท่านได้พิจารณาเห็นว่าควรที่จะไปบิณฑบาตโปรดใครหนอ วันนั้น ท่านเห็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นคนรักษาดูแลข้าวสาลีในจึงพิจารณาว่านางนี้จะมีศรัทธาที่จะถวายทักษิณาทานหรือไม่หนอ ได้ทราบว่านางมีศรัทธาพอที่จะถวายได้จึงได้ใคร่ครวญต่อไปอีกว่า เมื่อนางมีศรัทธาแล้ว นางจะสามารถที่จะทำการสงเคราะห์ตนเองและเราด้วยข้าวของหรือไม่ ได้คำตอบว่า นางเป็นคนกล้าหาญสามารถที่จะเอาชนะอุปสรรคความยากจนได้ที่สำคัญคือสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองให้เป็นผู้มีทรัพย์สมบัติมาก ยิ่งกว่านั้นนางจะได้มรดกอันเป็นอริยทรัพย์ยิ่งกว่าจากผลบุญที่ได้ทำ

พระมหากัสสปะจึงได้นุ่งห่มจีวรให้เรียบร้อยซึ่งจะเป็นที่มาของศรัทธาแล้ว  เดินทางไปที่นาข้าวสาลี  เมื่อนางได้เห็นพระเถระเข้าก็เกิดมีจิตเลื่อมใสศรัทธา เกิดปีติเกิดขึ้นทั่วร่างกาย จึงได้เรียนพระเถระว่าขอพระคุณเจ้าจงรอรับบาตรหน่อยเถิด  แล้วจึงเก็บรวงข้าวสาลีรีบใส่ในบาตรของพระเถระพร้อมกับกราบลงที่แผ่นดินใกล้เท้าของพระมหากัสสปะ  ด้วยนึกในใจว่า  “สิ่งใดที่ท่านเห็นแล้วขอดิฉันจงเห็นในธรรมที่ท่านเห็นด้วยนั้นเถิด”  เมื่อพระเถระได้ยินดังนั้นจึงพิจารณาพร้อมกับกล่าวให้พรว่า “ขอสิ่งที่เธอปรารถนาทั้งหมดนั้นจงสำเร็จดังหวังเถิด น้องหญิง”  นางจึงได้ไหว้พระเถระแล้วระลึกถึงทานที่ตัวเองให้ข้าวของที่ใส่ไปในบาตรด้วยใจที่กระหยิ่มอันเต็มไปด้วยปีติ  แล้วจึงเดินกลับบ้านไป  ระหว่างทางนั้นปรากฏว่ามีงูพิษนอนอยู่  ด้วยความที่จิตใจอิ่มเอมด้วยปีติเป็นกำลังไม่ได้พิจาณาถึงภัยที่จะมาจะมาถึงเดินไปด้วยใจที่มีปีติ  เหยียบเข้าทำให้งูนั้นฉกกัดเต็มกำลังทำให้พิษนั้นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย  นางล้มฟุบลงทันทีทันใดพร้อมกับสิ้นใจตาย  บาลีกล่าวว่า “เหมือนคนหลับแล้วตื่นขึ้นทันใด” นางบังเกิดในสวรรค์ซึ่งประดับประดาไปด้วยเครื่องประดับ

เทพธิดานั้นนุ่งห่มผ้าทิพย์อันสวยงามและมีนางอัปสรเป็นบริวารประมาณ 1,000 คนนอกจากนี้วิมานอันเป็นที่อยู่ของนางนั้นประดับไฟรวงข้าวสีทองห้อยย้อยสวยงามเป็นระเบียบ  เมื่อนางแลดูทิพวิมานของตนแล้วก็ชวนให้ระลึกถึงว่า สมบัติพวกนี้เราได้มาเพราะเหตุใดหนอ  จึงได้ทราบว่าได้มาเพราะได้ถวายรวงข้าวแก่พระมหากัสสปเถระ  ซึ่งท่านนั้นเพิ่งจะออกจากนิโรธสมาบัติ  แน่นอนว่าใครก็ตามที่ได้ถวายวัตถุสิ่งของต่อผู้ออกจากนิโรธสมาบัติแล้ว  ล้วนประสบความสำเร็จในสิ่งที่พึงประสงค์  เมื่อเป็นดังนี้แล้วเทพธิดาองค์นี้ก็เลยคิดต่อไปว่า  การที่เราทำบุญเพียงแค่เอารวงข้าวไปถวายนั่นถือว่าเป็นสิ่งเล็กน้อยยังให้ผลมหาศาลเพียงนี้  และบุญนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรประมาท อย่ากระนั้นเลย  เราควรที่จะทำบุญที่เหนือกว่า  ประณีตกว่าและทำได้ยากกว่า  ที่สำคัญก็คือบุญนั้นจะมั่นคงถาวรกว่าการทำบุญเพียงแค่ที่ผ่านมา 

บัดนี้  พระมหากัสสปเถระก็ยังคงชีพอยู่และท่านเองก็ยังอยู่ในป่าเราควรที่จะไปเก็บปัดกวาดที่อยู่อาศัย  ดูแลที่อยู่ที่พักของท่านให้สะอาดเรียบร้อย  นำน้ำใช้น้ำดื่มไปตระเตรียมไว้เพื่อเหมาะสมกับอัตภาพของพระคุณเจ้า  และทำการดูแลเท่าที่สามารถจะกระทำได้เพื่อบุญนั้นจะมั่นคงยิ่งขึ้น  นางเทพธิดาจึงได้กระทำตามที่ตั้งใจโดยมีเป้าหมายก็คือเพื่อทำบุญนั้นให้มั่นคงมากกว่า  พระมหากัสสปเถระเจ้ามองเห็นที่อยู่ที่พักสะอาดสะอ้านไม่เหมือนเดิม  น้ำใช้น้ำฉันอุดมสมบูรณ์กว่าแต่ก่อน  ก็นึกเอะใจว่า พระภิกษุรูปใดหนอ  มาดูแลอุปัฏฐากทำกิจกรรมเหล่านี้แก่เรา  ผ่านไปหลายวันนางเทพธิดาก็ยังทำการอุปัฏฐากอย่างต่อเนื่อง  พระมหากัสสปเถระเองก็พิจารณาไตร่ตรองด้วยความฉงนใจกระทั่ง 3 วันผ่านไป  พระเถระได้ยินเสียงกวาดใบไม้  เสียงเก็บใบไม้จึงเปิดหน้าต่างออกไปเห็นแสงจากร่างกายของนางเทพธิดาจึงถามว่า ท่านเป็นใครหรือ  นางเทวดาจึงตอบว่า  ดิฉันเป็นลาชเทพธิดาผู้เป็นอุปัฏฐากของพระคุณเจ้าไงพระเจ้าข้า  พระเถระจึงตอบว่าชื่อเช่นนี้อาตมภาพไม่เคยได้ยิน      ในหมู่บ้านนี้  ตกลงว่าเธอเป็นใคร  มาจากไหนหรือ  นางจึงเล่าเรื่องราวให้พระเถระฟังดังที่กล่าวไปข้างต้นและชี้แจงว่าบุญที่ดิฉันได้ทำในคราวที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยการถวายเพียงแค่รวงข้าวนั้นเป็นบุญเล็กน้อยและอายเหลือเกินว่าบุญเท่านี้จะไปบอกแก่เทพบุตรเทพธิดาอื่น ๆ ได้อย่างไรและที่สำคัญที่สุดบุญนี้จะรักษาคุ้มครองดิฉันได้มากน้อยเพียงใด

เพราะฉะนั้น  ดิฉันจึงอยากจะทำบุญที่มากกว่าและบุญนั้นจะได้คุ้มครองและทำให้อายุของการเป็นเทพธิดาของดิฉันยืนยาวกว่าที่เป็นอยู่  ดิฉันรู้ว่าการมาทำเช่นนี้ การที่ผู้หญิงคนเดียวมาอุปัฏฐากดูแลพระคุณเจ้าไม่ว่าจะเป็นช่วงใดก็ตาม  ล้วนแล้วแต่ไม่เหมาะสมนัก  แต่ว่าเมื่อดิฉันเห็นความจำเป็นคือการทำบุญให้มากกว่ากว่าครั้งก่อน  โดยดิฉันมาอุปถัมภ์ดูแลก็จะทำให้บุญเพิ่มมากขึ้นเมื่อพระเถระได้ยินดังนี้แล้ว  ก็จึงกล่าวว่าดีแล้วที่เธอเข้าใจว่าการที่ผู้หญิงคนเดียวเข้ามาในวัด เช่นนี้เป็นการไม่เหมาะสม  เพราะจะเกิดคำครหานินทาได้หรือเรื่องราวดั่งนี้หากแผ่ขยายไปถึงอนาคตกาลก็จะทำให้มีคนเอาไปกล่าวอ้างว่า  กรณีอย่างนี้เช่นเดียวกันในคราอดีตนั้นก็มีผู้หญิงเทพธิดามาอุปัฏฐากพระมหากัสสปเถระเจ้า  การที่ทำให้เราเป็นตัวอย่างและเป็นต้นเรื่องดังที่เธอกระทำอยู่ตอนนี้  ทำให้เราพระมหากัสสปะไม่สบายใจยิ่งนัก  เพราะฉะนั้นต่อแต่นี้ไปขอให้เธอนั้นอย่ามาทำเช่นนี้อีก

ประการที่ 1 เพื่อเป็นการรักษาเรา พระผู้เฒ่าซึ่งเป็นผู้มักน้อยสันโดษอยู่ป่าเป็นอาจิณ  ประการที่ 2 เพื่อป้องกันไม่ให้คนในรุ่นหลังเอาเรื่องของเรานี้ไปกล่าวอ้างแสดงถึงความชอบธรรมในการกล่าวอ้างประการที่ 3 เพื่อเป็นการยึดมั่นในหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาอันเป็นบทบัญญัติที่สำคัญ นัยยะว่าเพื่อป้องกันการครหานินทา และประการที่ 4 ถึงแม้เรื่องราวของเธอจะสามารถเป็นตัวอย่างของการทำบุญด้วยใจที่เต็มไปด้วยศรัทธา  แม้วัตถุทานนั้นจะมีน้อยก็ตาม  แต่ก็สามารถให้ผลยิ่งใหญ่เกินกว่าวัตถุทานนั้น  แสดงให้เห็นว่าจิตใจที่งดงาม  จิตใจที่เต็มไปด้วยความศรัทธานั้นสามารถผลิตผลที่ยิ่งใหญ่ได้  ประการที่ 5 การทำบุญนั้น เป็นหน้าที่ของทุกคนเพราะบุญนั้นเป็นที่พึ่ง เป็นสิ่งอุปถัมภ์ของคนที่จะเดินทางไปสู่ปรโลกเบื้องหน้า  ข้อนี้เป็นหน้าที่ของคนผู้วางแผน ผู้ฉลาด  เพราะการสั่งสมบุญย่อมนำสุขมาให้  ประการที่ 6 เมื่อใดก็ตามที่คิดจะทำบุญ ควรทำความพอใจ เอาใจใส่คลุกคลีอยู่กับอารมณ์แห่งบุญนั้นและพอใจในบุญนั้น  ด้วยหมายว่าการสะสมบุญนั้นย่อมนำสุขมาให้  ประการที่ 7 ควรที่จะทำบุญหรือฝึกจิตใจให้ขวนขวายในบุญขณะมีชีวิตอยู่  เพราะการมีชีวิตอยู่ชื่อว่าเป็นผู้มีสมบัติ คือ มนุษย์สมบัตินั่นเอง  อันจะสามารถผลิตผลสมบัติขั้นอื่นๆคือ  เทวสมบัติ และนิพพานสมบัติให้เกิดขึ้นได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

พระอาจารย์ มหาปุณณ์สมบัติ   ปภากโร : อาจารย์ที่ปรึกษา

พระมหาสอ สนฺตมโน : 5910510111089

Please follow and like us:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *