ข่าวทั่วไป

แสงเทียนสว่างตา แสงปัญญาสว่างจิต/พระมหามิตรชาย กตปุญโญ / พุทธศาสตร์ ปี 3 มมร วิทยาเขตล้านนา

ศาสนาของคนอินเดียในยุคก่อนพุทธกาลก็ต้องยอมรับกันว่าศาสนาพราหมณ์ยืนหยัดมั่นคงอยู่คู่ชุมชนลุ่มแม่น้ำสินธุมาเป็นเวลานานผู้คนได้อาศัยแนวคิดความเชื่อในการ

ดำรงชีวิตเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระเจ้า ส่วนหนึ่งแน่นอนก็คือว่า ศาสนานี้พัฒนามาจากความคิดความเชื่อของคนเพราะฉะนั้นความผูกพันธ์ไกล้ชิดระหว่างศาสนากับผู้คนจึงมีมาก และที่เด่นชัดที่สุดก็คือ ความเป็นนักคิดและตั้งคำถามเกี่ยวกับชีวิต ประโยชน์ของชีวิต การออกแบบชีวิต สะท้อนถึงภูมิปัญญาในการแสวงหาอย่างเห็นได้ชัด

 

คนยุคนั้นถามและได้คำตอบเกี่ยวกับชีวิตคือ มนุษย์ตายแล้ว และ ตายแล้วสูญ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ก็ล้วนแล้วอยู่กับพระผู้เป็นเจ้า ความคิดและความหนาแน่นทางความเชื่ออย่างนี้ยังคงอยู่เป็นเวลานาน ตราบเท่าปัจจุบัน

 

กระทั่งวันหนึ่ง พระพุทธศาสนาโดยเจ้าชายสิทธัตถะ ได้สร้างคำถามและแสวงหาคำตอบชุดใหม่ จนกลายเป็นวจนะที่โด่งดัง

“สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น สิ่งนั้นทั้งหมด ล้วนแล้วแต่มีเหตุปัจจัย”

ถาคานี้เองเป็นเหตุปัจจัยทำให้คนจำนวนหนึ่งที่แคลงใจกับคำตอบชุดเดิม และปฏิบัติตาม จนเกิดความเชื่อมั่นในคำตอบของอดีตเจ้าชายสิทธัตถะ ก่อให้เกิดสังคมพระพุทธศาสนาในสังคมอินเดีย อย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่คำตอบของชาวพุทธนี้ กลับท้าทายคำตอบชุดเดิมทุกเมื่อเชื่อวัน จนบางครั้งก็เห็นรอยร้าว การถูกกระทบอยู่บ่อย ๆ จนเป็นเหตุให้พระพุทธเจ้าสอนลูกศิษย์ของพระองค์ว่าต้องอดทน และไม่ตอบโต้ ไม่ว่าร้าย ไม่กล่าวร้าย ไม่จองเวร คือ หน้าที่ของชาวพุทธ เป็นต้น  จนมีคนเปรียบเทียบว่า พระพุทธศาสนา คือ แสงสว่างท่ามกลางความมืด ค่อย ๆ ให้แสงสว่างทีละน้อยแต่มั่นคง

 

Please follow and like us:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *