ข่าวทั่วไป ธรรมดิจิทัล บทความ บทธรรม พุทธการศึกษา

ความกังวลคือกำแพงที่ขวางทางไปสู่ความสุข / พระอานน์ ชุติปญฺโญ / พุทธศาสตร์ ปีที่ ๒ มมร.วิทยาเขตล้านนา

ความกังวลนั้นเกิดมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น กังวลเรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องวงตระกูล เรื่องเงินทอง เรื่องหมู่คณะ เรื่องการงาน เรื่องการเดินทาง เรื่องการเจ็บป่วย เรื่องการศึกษาเล่าเรียน เรื่องอนาคต เรื่องอดีต ที่ได้กล่าวมานี้เชื่อว่าทุกคนนั้นเคยกังวลเรื่องเหล่านี้มาแล้ว เมื่อมีความกังวลเกิดขึ้นมากจนเกินไปจะทำให้เกิดความขุ่นเคืองในใจ และมีความทุกข์ใจเกิดขึ้นตามมานั่นเอง

          ทำไมจึงบอกว่าเป็นเหมือนกำแพง เพราะเมื่อเกิดความกังวลขึ้นเราก็จะนึกคิดวนเวียนไปแต่เรื่องที่เรากังวล คิดหาทางแก้ไขเรื่องที่ติดค้างอยู่ในใจบางครั้งก็ไม่ได้สนใจเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าเมื่อคิดแล้วไม่สามารถแก้ปัญหานั้นได้ก็จะคิดวนไปวนมา ทำให้เกิดความทุกข์ขึ้นเหมือนเรากำลังสร้างความทุกข์ในใจขึ้นมาอย่างนั้นเองถึงเรียกว่ากำแพง เพราะเมื่อมีกำแพงอยู่เราก็จะมองไม่เห็นทางที่อยู่ข้างหลังกำแพง

           บางคนสร้างกำแพงอยู่เกือบทั้งวันที่ตื่นอยู่แล้วคิดว่าจะมีความสุขมันไม่มีเหตุไม่มีผลเอาซะเลย ถ้าเราอยากมีความสุขเราก็ทำเหตุที่ทำให้เกิดความสุขสิ จิตใจที่เบา จิตใจที่ปลอดโปร่ง สงบ นี่คือเหตุแห่งความสุข ความกังวลใจที่เป็นเรื่องต่างๆที่ได้กล่าวมาข้างต้นคือเหตุที่ทำให้จิตใจของเรานั้นหนัก ร้อนรุ่ม ฟุ้งซ่าน เป็นเหมือนสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความสุขเลย จึงได้เปรียบเทียบเหมือนกำแพงที่สร้างขึ้นมาด้วยตนเอง

          เราสร้างได้ก็สามารถทำลายมันได้เช่นกันความกังวลนั้นเกิดขึ้นได้กับทุกคนอยู่ที่เราจะสร้างความกังวลนั้นขึ้นมามากเพียงใด ยิ่งสร้างขึ้นมามากเท่าใดก็ยิ่งทำให้ทุกข์ใจมากขึ้นเท่านั้น ผู้ที่มีความสุขในการใช้ชีวิตมีเรื่องกังวลเช่นกันแต่พอมีเรื่องกังวลเกิดขึ้นในใจก็สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันทีหรือมีทางออกให้กับปัญหานั้นๆ จึงไม่ได้เกิดความกังวลมากนัก ไม่ค้างคาอยู่ในใจนั้นเอง

          ในพุทธศาสนานั้น จะเรียกว่า ปลิโพธ แปลว่า เครื่องผูกพันหรือหน่วงเหนี่ยว ซึ่งเป็นเหตุให้กังวล ฉะนั้นจึงต้องตัดปลิโพธซึ่งเป็นความกังวลในเรื่องต่าง ๆ ให้หมดสิ้นก่อนลงมือปฏิบัติธรรม เพื่อไม่ให้เป็นเครื่องขัดขวางการปฏิบัติ ทำให้เกิดความล่าช้าในการเข้าใจในธรรมะ หรืออาจทำให้การปฏิบัติไม่ก้าวหน้า เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์  เพราะเวลาของนักปฏิบัตินั้นมีค่าทุกลมหายใจเข้าออก ถ้าปฏิบัติไปผิดทางหรือไม่ก้าวหน้าอาจจะเสียกำลังใจในการปฏิบัติได้ ฉะนั้นเมื่อตั้งใจจะปฏิบัติธรรมจริงๆ ควรตัดความกังวลต่างๆ เช่นเรื่องเงิน เรื่องอาหาร เรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องเพศตรงข้าม เรื่องการงาน ที่เป็นเหมือนกำแพงออกให้หมดหรือให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

พระอาจารย์มหาปุณณ์สมบัติ   ปภากโร/อาจารย์ที่ปรึกษา

พระอานนท์ ชุติปญฺโญ   พุทธศาสตร์ปีที่๒

Please follow and like us:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *